วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2559

นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ เรื่องสองสัตว์


    นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ เรื่องสองสัตว์ 


นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ เรื่องสองสัตว์ เป็นนิทานล้านนา มีเนื้อเรื่องที่เล่าสู่กันฟังเพื่อให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน มีแง่คิดสอนใจที่ดีให้ทั้งกับเด็กและผู้ใหญ่ และสามารถเล่าเป็นนิทานก่อนนอนสำหรับคุณหนูๆได้เป็นอย่างดี (เล่าโดย นายคำรณ เดชประยุทธ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่)
ในกาลก่อนมีสัตว์สองตัวเป็นเพื่อนกัน …เวลาไปหากินหรือไปในที่ใดๆ มักจะไปด้วยกันเสมอสัตว์คู่นี้ได้แก่ บ้วน (นาก) กับกระต่าย …มันหากินอยู่ตามริมฝั่งน้ำปิงเป็นประจำ
นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ เรื่องสองสัตว์
อยู่มาวันหนึ่ง นากออกไปหากิน มองเห็นช่องว่างคิดว่าเป็นทางน้ำจึงว่ายเข้าไป พอเข้าไปแล้วปรากฏว่าไปชนสายใยประตูกะต้ำ (เครื่องดักจับปลาชนิดหนึ่งที่ทำไว้ตามข้างตลิ่ง หันหน้าล่องใต้ พอปลาตัวโตเข้าไปเมื่อชนสายใย สลักจะหยุด ประตูจะเลื่อนตกลงมาปิดไว้ทันที ทำให้ปลาออกไม่ได้) …นากพยายามหาทางออก แต่ทำอย่างไรก็ออกไม่ได้ มันร้องขอให้กระต่ายช่วย …กระต่ายลงมาดูเห็นกะต้ำแน่นหนาเกินกว่ากำลังน้อยๆ ของตนจะรื้อหรือทำลายได้
ขณะนั้นพอดีนายพรานผู้วางกะต้ำ จึงตรงเข้าไปดูเห็นนากติดอยู่ก็ดีใจ …ส่วนกระต่ายเห็นคนเดินมาจึงหลบซ่อนตัวนิ่งอยู่ข้างๆ กอหญ้า …นากพอเห็นนายพรานเปิดประตูกะต้ำออก มันแกล้งทำเป็นตาย กลั้นลมหายใจ เบ่งท้องให้พองคล้ายกับตายมานานแล้ว …เมื่อกระต่ายแลเห็นนายพรานจับเพื่อนของตนขึ้นมาเช่นนั้น …กระต่ายจึงกระโดดออกมา และดิ้นรนกระเสือกกระสนคล้ายกับถูกตีหรือถูกยิง แล้วนอนนิ่งบนหาดทรายห่างจากกะต้ำไม่ไกลนัก …
นายพรานมองเห็นกระต่ายมานอนดิ้นตาย ดีใจรีบขึ้นจากน้ำ …วางนากลงกับพื้น วิ่งตรงเข้าไปเพื่อจะจับกระต่ายอีกตัว …นากพอเป็นอิสระจึงกระโดดลงน้ำหนีไป …กระต่ายเห็นเพื่อนของตนหนีลงน้ำไปได้รีบลุกขึ้นกระโดดวิ่งหายเข้าป่าไป …ตกลงนายพรานไม่ได้สัตว์อะไรเลยแม้แต่ตัวเดียว!!
• “กะต้ำ” เป็นเครื่องจับปลาโดยกั้นเป็นคอก มีประตูสำหรับปลาว่ายเข้าไป เมื่อปลาชนสายใยประตูจะปิดลง
• “นาก” เป็นสัตว์สี่เท้าชนิดหนึ่ง อาศัยอยู่ด้วยกันเป็นฝูง ๆ เที่ยวหากินปลาในน้ำ
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
1. คนที่มีสติปัญญา…ย่อมเอาตัวรอดได้เสมอ
2. โลภมาก…ลาภหาย
Credit: เว็บไซต์ล้านนาคดี http://lanna.mju.ac.th/ “ทุกภาพ ทุกตัวอักษร มอบเป็นวิทยาทานแด่ทุกท่าน”

โอ้ อัลลอฮฺ...

     โอ้ อัลลอฮฺ...

ฉันบอกพระองค์ : ฉันกำลังเจ็บปวด
พระองค์ทรงตรัส : พวกท่านอย่าได้หมดหวังต่อพระเมตตาของอัลลอฮฺ (39:53)

ฉันบอกพระองค์ : ไม่มีใครรู้สิ่งที่อยู่ในหัวใจของฉัน
พระองค์ทรงตรัส : พึงทราบเถิด! ด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮเท่านั้นทำให้จิตใจสงบ(13:28)

ฉันบอกพระองค์ : ผู้คนมากมายทำร้ายฉัน
พระองค์ทรงตรัส : ดังนั้นจงอภัยให้แก่พวกเขาเถิด และจงขออภัยให้แก่พวกเขาด้วย (3:159)

ฉันบอกพระองค์ : ฉันรู้สึกเดียวดาย
พระองค์ทรงตรัส : เรานั้นใกล้ชิดเขายิ่งกว่าเส้นเลือดชีวิตของเขาเสียอีก(50:16)

ฉันบอกพระองค์ : บาปของฉันนั้นมีมากมายเหลือเกิน
พระองค์ทรงตรัส : ใครเล่าที่จะอภัยโทษบรรดาความผิดทั้งหลายให้ได้ นอกจากอัลลอฮ์ (3:135)

ฉันบอกพระองค์ : ฉันเผชิญหน้ากับสิ่งที่ยุ่งยากในชีวิต
พระองค์ทรงตรัส : ดังนั้นพวกเจ้าจงรำลึกถึงข้าเถิด ข้าก็จะรำลึกถึงพวกเจ้า (2:152)

ฉันบอกพระองค์ : ฉันมีความฝันมากมายที่อยากให้มันเป็นจริง
พระองค์ทรงตรัส : จงวิงวอนขอต่อข้า ข้าจะตอบรับแก่พวกเจ้า (40:60)        


 (Hassan Aero)










 

 ขอบคุณเจ้าของบทความจากที่ต่างๆ
 (บินตี อิสลาม) https://anabintalislam.wordpress.com/
 (คุณครู ขนมปัง) https://www.facebook.com/KruKnompang?fref=ts
และที่/หนังสือ อื่นๆ

ขอบคุณเป็นพิเศษแด่ บินตี อิสลาม เพราะคัดลอกบทความมาจากเธอเยอะมาก
หลายๆเรื่องที่อ่านมีคุณค่าต่อหัวใจจริงๆ อ่านไปร้องให้ไป
ขอบคุณที่แปลมาแบ่งปันค่ะ ^^

Jazakumullah Kairon แด่ทุกท่านที่่แบ่งปัน

นึกว่าง่าย

                         

                        นึกว่าง่าย

คนไทยกับคนลาวเป็นเพื่อนกัน คนไทยนั้นมีเรืออยู่ลำหนึ่ง
มีอยู่วันหนึ่งเกิดน้ำท่วมขึ้น  คนลาวจึงนั่งไปกับเรือของคนไทย โดยคนลาวนั่งอยู่ที่หัวเรือและคนไทยนั่งอยู่ที่ท้ายเรือ และก็เป็นคนพายเรือไปด้วย
เมื่อพายเรือไปได้สักระยะหนึ่ง คนลาวเห็นว่าเรือวิ่งตรงเข้าไปหาตนไม้จนจะชนต้นไม้ คนลาวตกใจกลัวจึงร้องบอกไปว่า
“ซ้ายหน่อยๆ” คนไทยก็พายงัดเล็กน้อย เรือก็ไม่ชนต้นไม้  เรือรอดผ่านไปได้
เมื่อพายต่อไปอีกสักระยะเรือก็รี่ตรงเข้าไปจะชนบ้านอีก คนลาวเห็นดังนั้นก็ตกใจ ร้องขึ้นมาอีกว่า
“ขวาหน่อยๆ” คนไทยก็พายงัดเล็กน้อย เรือก็รอดไปได้โดยไม่ชนบ้าน
คนลาวคนนั้นจึงบังเกิดความสงสัยแล้วจึงถามคนไทยขึ้นว่า “นี่เรือของเพื่อนทำด้วยอะไรนะถึงว่าง่ายอย่างนี้”
“อ๋อเรือลำนี้ขุดขึ้นจากไม้ตะเคียนนะเพื่อน” คนไทยตอบคนลาว
คนลาวได้ฟังดังนั้นเมื่อกลับถึงบ้านก็บอกกับเมียของตนว่า “นี่น้องไม้ตะเคียนนี่ว่าง่ายจัง
พี่อยากจะขุดเรือจากไม้ตะเคียนสักลำ ที่ข้างบ้านเรามีไม้ตะเคียนอยู่ต้นหนึ่ง
เดี่ยวพี่จะโค่นมาขุดทำเรือนะ”
เมียก็บอกกับคนลาวที่เป็นผัวว่า “มันจะทับบ้านพังหนะซิพี่”
“มันไม่ทับบ้านเราหรอก ไม้ตะเคียนมันว่าง่าย” ฝ่ายผัวรีบอธิบายสรรพคุณของต้นตะเคียนเสร็จสรรพ
ว่าแล้วคนลาวคนนั้นก็คว้าขวานไปตัดต้นตะเคียนที่อยู่ข้างบ้านในทันที ฟันไปๆจนต้นตะเคียนจวนเจียนจะขาดอยู่แล้ว
มันก็ค่อยๆเอนลงจะทับบ้าน คนลาวก็ไปยืนโบกไม้โบกมือร้องตะโกนไปว่า “ซ้ายหน่อยๆ”
ต้นตะเคียนก็ล้มลงทับหลังคาบ้านพังไปเรียบร้อย คนลาวคิดบ่นอยู่ในใจว่า
“เอ๊ะ! ทำไมต้นตะเคียนบ้านเรานี่ ถึงดื้อขนาดนี้ ทำไมไม่เหมือนต้นตะเคียนของคนไทยเลย ว่าง่ายเอาเสียมากๆ”
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
การเข้าใจอะไรที่ไม่ถูกต้อง หรือการที่หลงเชื่อในสิ่งที่ผิดๆ จะนำมาซึ่งความเสียหายหรือความหายนะได้
ฉะนั้น ก่อนที่จะเชื่อในอะไรก็ตาม ควรที่จะพิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบ โดยใช้หลักของเหตุผลเป็นห
ลักก่อน  


อ่านต่อ: http://www.nithan.in.th/%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2#ixzz4U1BpXp3z

เรื่องเศรษฐีเจ้าเล่ห์กับลูกสาวชาวนา

 เรื่องเศรษฐีเจ้าเล่ห์กับลูกสาวชาวนา

นานมาแล้ว …มีเศรษฐีคนหนึ่งชอบใจลูกสาวชาวนายากไร้ผู้หนึ่ง เขาเชิญชาวนากับลูกสาวไปที่สวนในคฤหาสน์ของเขา เป็นสวนกรวดกว้างใหญ่ที่มีแต่กรวดสีดำกับสีขาว เศรษฐีบอกชาวนาว่า “ท่านเป็นหนี้สินข้าจำนวนหนึ่ง แต่หากท่านยกลูกสาวให้ข้า ข้าจะยกเลิกหนี้สินทั้งหมดให้” ชาวนาไม่ตกลง
นิทานก่อนนอน สั้นๆ เศรษฐีเจ้าเล่ห์กับลูกสาวชาวนา
เศรษฐีบอกว่า “ถ้าเช่นนั้นเรามาพนันกันดีไหม ข้าจะหยิบกรวดสองก้อนขึ้นมาจากสวนกรวดใส่ในถุงผ้านี้ ก้อนหนึ่งสีดำ ก้อนหนึ่งสีขาว ให้ลูกสาวของท่านหยิบก้อนกรวดจากถุงนี้ หากนางหยิบได้ก้อนสีขาว ข้าจะยกหนี้สินให้ท่าน และนางไม่ต้องแต่งงานกับข้า แต่หากนางหยิบได้ก้อนสีดำ นางต้องแต่งงานกับข้า และแน่นอน ข้าจะยกหนี้ให้ท่านด้วย” ชาวนาตกลง
เศรษฐีหยิบกรวดสองก้อนใส่ในถุงผ้า หญิงสาวเหลือบไปเห็นว่ากรวดทั้งสองก้อนนั้นเป็นสีดำ เธอจะทำอย่างไร? หากเธอไม่เปิดโปงความจริง ก็ต้องแต่งงานกับเศรษฐีขี้โกง …หากเธอเปิดโปงความจริง เศรษฐีย่อมเสียหน้าและยกเลิกเกมนี้ แต่บิดาของเธอก็ยังคงเป็นหนี้เศรษฐีต่อไปอีกนาน ลูกสาวชาวนาเอื้อมมือลงไปในถุงผ้า หยิบกรวดขึ้นมาหนึ่งก้อน พลันเธอปล่อยกรวดในมือร่วงลงสู่พื้น กลืนหายไปในสีดำและขาวของสวนกรวด
เธอมองหน้าเศรษฐี เอ่ยว่า “ขออภัยที่ข้าพลั้งเผลอปล่อยหินร่วงหล่น แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อท่านใส่กรวดสีขาวกับสีดำอย่างละหนึ่งก้อนลงไปในถุงนี้ ดังนั้นเมื่อเราเปิดถุงออกดูสีกรวดก้อนที่เหลือ ก็ย่อมรู้ทันทีว่า กรวดที่ข้าหยิบไปเมื่อครู่เป็นสีอะไร
ปรากฎว่าที่ก้นถุงเป็นกรวดสีดำ …”ดังนั้น กรวดก้อนที่ข้าทำตกย่อมเป็นสีขาว” หญิงสาวกล่าว…ชาวนาจึงพ้นจากสภาพลูกหนี้ และลูกสาวก็ไม่ต้องแต่งงานกับเศรษฐีขี้โกงคนนั้น
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
จงตั้งสติ…และใช้ปัญญาแก้ไขปัญหา
หากเราพยายามมากพอที่จะแก้ไขปัญหา…เราจะพบว่าทุกปัญหาย่อมมีวิถีทางแก้ไขเสมอ
Photo credit: youtube.com/watch?v=DZtqa5xZtJc
Credit: เว็บของคุณวินทร์ เลียววาริณ
http://bkkseek.com/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AA/

วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ความสำเร็จ

ความสำเร็จ

แม้ว่าลาจะร้องเสียงจิ้งหรีดได้
มันก็เป็นความล้มเหลว มากกว่าความสำเร็จทางแห่งความสำเร็จของชีวิต
ไม่อาจหลอกเลียนแบบกันได้
ผู้มีทัศนะคับแคบงมงายเท่านั้น
ที่จะเลียนแบบวิถีแห่งความสำเร็จของผู้อื่นได้
ความพยายามของตัวเอง เพื่อตัวเอง
ไม่อาจช่วยให้ชีวิตพบความสำเร็จที่แท้จริงได้
เพราะความพยายามเช่นนี้อยู่ที่ไหน
ความสำเร็จที่แท้จริงก็หาอยู่ด้วยไม่
จะมีก็แต่ความสำเร็จจอมปลอม
ที่กว่าจะได้มาก็ต้องทุกข์ทรมาน แสวงหา
การเข้าใจความจริงของชีวิตนั่นเอง
คือความสำเร็จของชีวิต
และการใช้ชีวิตเพื่อสรรพชีวิต
ก็คือหนทางของความสำเร็จ

Credit : http://happyhappiness.monkiezgrove.com/